เตือนภัย! วิธีเช็คว่ามือถือโดนติดตั้ง "แอพดูดเงิน" หรือไม่? (Android) พร้อมวิธีแก้ทันที อัปเดตล่าสุด
ปัจจุบันนี้การทำธุรกรรมการเงินทุกอย่างอยู่บนสมาร์ทโฟน (Smartphone) ภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้คงหนีไม่พ้น "แอพดูดเงิน" หรือแอพพลิเคชั่นอันตรายที่แฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อเข้าควบคุมมือถือ Android ของเราและโอนเงินออกไปจนเกลี้ยงบัญชีโดยที่เราไม่รู้ตัว
ข่าวคนโดนดูดเงินมีให้เห็นรายวัน หลายคนกังวลว่า "เอ๊ะ! แล้วมือถือเราโดนหรือยัง?" บทความนี้จะพาผู้ใช้งาน Android ทุกท่านไปทำความเข้าใจพฤติกรรมของแอพเหล่านี้ พร้อม วิธีเช็คแอพดูดเงิน แบบทีละขั้นตอน และวิธีรับมือหากพลาดท่าไปแล้วครับ
"แอพดูดเงิน" ทำงานอย่างไร? ทำไมถึงอันตราย?
ก่อนจะไปรู้วิธีเช็ค เราต้องรู้ทันกลโกงก่อนครับ โดยส่วนใหญ่ แอพดูดเงิน บน Android มักจะไม่ได้มาจากการแฮกเข้าระบบธนาคารโดยตรง แต่ใช้วิธี "หลอกให้เหยื่อติดตั้งแอพปลอม" (เช่น แอพกรมสรรพากรปลอม, แอพการไฟฟ้าปลอม หรือแอพหาคู่) ผ่านลิงก์ SMS หรือ Line
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อติดตั้ง สิ่งที่แอพเหล่านี้ต้องการคือการขอสิทธิ์เข้าถึง "การช่วยเหลือพิเศษ" (Accessibility Service)
(ใส่ Note หรือทำตัวหนา)
สำคัญมาก: หากคุณเผลอกดอนุญาตสิทธิ์ "การช่วยเหลือพิเศษ" ให้กับแอพแปลกปลอม เท่ากับคุณยื่นกุญแจบ้านให้โจร เพราะสิทธิ์นี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถมองเห็นหน้าจอ, สั่งการทัชสกรีน, และแอบอ่านรหัส OTP ของคุณได้จากระยะไกล!
5 วิธีเช็คว่ามือถือ Android โดนติดตั้งแอพดูดเงินหรือไม่
นี่คือ Checklist ที่ผู้ใช้ Android ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอครับ:
1. สแกนด้วย Google Play Protect
ด่านแรกที่ง่ายที่สุด Google มีระบบป้องกันในตัวที่เรียกว่า Google Play Protect ซึ่งคอยสแกนแอพอันตรายอยู่เสมอ แม้จะเป็นแอพที่ติดตั้งจากภายนอกก็ตาม
วิธีเช็ค:
เปิดแอพ Google Play Store
แตะที่รูปโปรไฟล์มุมขวาบน
เลือกเมนู "Play Protect"
กดปุ่ม "สแกน" (Scan)
ผลลัพธ์: หากขึ้นว่า "ไม่พบแอพที่เป็นอันตราย" ก็อุ่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่ยังต้องเช็คข้อต่อไปครับ
2. ตรวจสอบเมนู "การช่วยเหลือพิเศษ" (Accessibility สำคัญที่สุด)
จุดตายของแอพดูดเงินคือตรงนี้ครับ ให้เข้าไปเช็คว่ามีแอพแปลกๆ แอพที่เราไม่รู้จัก หรือแอพที่ไม่น่าจะต้องใช้ฟังก์ชันนี้ แต่กลับมาขอสิทธิ์อยู่หรือไม่
วิธีเช็ค:
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) ของมือถือ
ค้นหาเมนู "การช่วยเหลือพิเศษ" (Accessibility) (บางรุ่นอาจอยู่ใน "การตั้งค่าเพิ่มเติม" หรือ "ระบบ")
ดูในส่วนของ "แอพที่ดาวน์โหลด" หรือ "บริการที่ติดตั้ง"
จุดสังเกต: หากเจอชื่อแอพแปลกๆ ที่เปิดสถานะ "เปิด" (On) อยู่ ให้รีบกดเข้าไปแล้วกด "ปิด" (Off) ทันที!
(พื้นที่สำหรับใส่ภาพประกอบ Screenshot หน้าจอเมนู Accessibility) คำบรรยายภาพ: หน้าจอตรวจสอบเมนูการช่วยเหลือพิเศษบน Android หากพบแอพแปลกปลอมให้ปิดทันที
3. เช็คการอนุญาตติดตั้งแอพที่ไม่รู้จัก (Unknown Sources)
โดยปกติ Android จะไม่อนุญาตให้ติดตั้งแอพไฟล์ APK จากนอก Play Store หากเมนูนี้ถูกเปิดค้างไว้ แสดงว่ามีความเสี่ยง
วิธีเช็ค:
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ค้นหาคำว่า "ติดตั้งแอพที่ไม่รู้จัก" (Install unknown apps)
ตรวจสอบดูว่ามีแอพไหนได้รับอนุญาตอยู่บ้าง (ปกติควรจะมีแค่ File Manager หรือ Browser ที่เราไว้ใจ) หากเจอแอพแปลกๆ ได้รับอนุญาต ให้กดเข้าไปแล้ว "ไม่อนุญาต"
4. แบตเตอรี่หมดไว หรือเน็ตหมดเร็วผิดปกติ
แอพดูดเงิน หรือแอพรีโมท มักจะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลาเพื่อส่งข้อมูลกลับไปหาแฮกเกอร์ ทำให้มีการใช้ทรัพยากรเครื่องและอินเทอร์เน็ตสูงกว่าปกติ ลองเข้าไปเช็คในเมนู "การใช้แบตเตอรี่" ดูว่ามีแอพโนเนมตัวไหนสูบแบตฯ หรือไม่
5. มีแอพ "ล่องหน" หรือแอพชื่อแปลกๆ
บางครั้งแอพอันตรายจะใช้วิธีซ่อนไอคอนตัวเองจากหน้า Home หรือใช้ชื่อระบบเนียนๆ เช่น "System Service", "Android Update" แต่ไม่มีไอคอน
ให้ลองเข้าไปดูใน การตั้งค่า > แอพ (Apps) แล้วไล่ดูรายชื่อแอพทั้งหมด หากเจอแอพที่ไม่มีไอคอน หรือชื่อน่าสงสัย ให้ลองกดเข้าไปดูและกด "ถอนการติดตั้ง" (Uninstall)
ทำอย่างไรเมื่อรู้ตัวว่าพลาดติดตั้ง "แอพดูดเงิน" ไปแล้ว!
หากเช็คตามข้อด้านบนแล้วพบว่า "โดนเข้าแล้ว" ให้ตั้งสติ แล้วทำตามขั้นตอนเร่งด่วนนี้ทันที:
ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที: เปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) หรือถอดซิมการ์ด และปิด Wi-Fi เพื่อตัดการควบคุมจากระยะไกล
รีบติดต่อธนาคาร: ใช้เบอร์อื่นโทรหา Call Center ของธนาคารที่คุณมีบัญชีอยู่ เพื่อขออายัดบัญชีและแอพธนาคารชั่วคราว (บอกเจ้าหน้าที่ว่าสงสัยว่าโดนแอพดูดเงิน)
ถอนการติดตั้งแอพอันตราย: เข้าไปลบแอพนั้นๆ ออกใน Safe Mode (ถ้าทำได้) หรือในหน้าตั้งค่าแอพ
ล้างเครื่อง (Factory Reset): วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการคืนค่าโรงงาน เพื่อล้างมัลแวร์ที่อาจฝังลึกให้หมดสิ้น (อย่าลืมสำรองข้อมูลสำคัญจำพวกรูปภาพหรือรายชื่อติดต่อไว้ก่อน แต่ห้ามสำรองตัวแอพ)
เปลี่ยนรหัสผ่าน: หลังจากล้างเครื่องแล้ว ให้เปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญๆ ทั้งหมด เช่น รหัสแอพธนาคาร, รหัสอีเมล, รหัส Social Media
สรุป: ป้องกันไว้ดีกว่าแก้
วิธีป้องกัน แอพดูดเงิน Android ที่ดีที่สุดคือคุณต้องมีสิ่งที่เรียกว่า "สติ" ครับ
ไม่กดลิงก์ จาก SMS หรือข้อความที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ, ธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ
ไม่ดาวน์โหลดไฟล์ APK ซึ่งเป็นการติดตั้ง Application นอก Google Play มาติดตั้งเอง หากจะโหลดแอพ ให้โหลดจาก Google Play เท่านั้น
ไม่อนุญาตสิทธิ์ "การช่วยเหลือพิเศษ" (Accessibility) ให้กับแอพที่ไม่เกี่ยวข้องเด็ดขาด
หมั่นตรวจสอบมือถือของคุณตามวิธีข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินของคุณครับ
ถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ อย่าลืมแชร์ไปเตือนเพื่อนๆ หรือญาติผู้ใหญ่ที่ใช้ Android กันด้วยนะครับ!
สนใจเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และการสร้างรายได้ออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม Ninetechno Channel https://www.youtube.com/@ninetechno
